top of page
ค้นหา

วัดมหาธาตุ

รูปภาพนักเขียน: Phitsanulok Bettagroup
Phitsanulok Bettagroup
19 มิ.ย. 2560
ยาว 1 นาที

วัดมหาธาตุ สุโขทัย

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่กลางเมืองสุโขทัย เป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดของเมือง และของราชสำนัก ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของเมือง ดังนั้นกษัตริย์ทุกพระองค์ต้องทำนุบำรุง บูรณะปฏิสังขรณ์ ก่อสร้างวัดนี้ให้ยิ่งใหญ่ สวยงามอยู่เสมอ ภายในวัดจึงปรากฏหลักฐานการก่อสร้าง ซ้อนทับกันหลายครั้ง หลายยุคสมัยด้วยกัน และมีสถาปัตยกรรมทั้งประเภทอาคาร และประเภทสถูป-เจดีย์ อยู่ภายในวัดจำนวนมาก (ประมาณ 200 กว่าหลัง)

วัดมหาธาตุนี้อาจมีมาก่อนพ่อขุนศรีอินทราทิตย์จะเข้าครองเมือง เห็นได้จากเจดีย์ ประธานได้มีการต่อเติมขึ้นภายหลัง แต่เติมอาจเป็นปรางค์ประธานเนื่องจากปรางค์ทิศเก่ายังเชื่อมติดเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์อยู่ ส่วนเจดีย์มุมอีก 4 องค์นั้น ศิลาจารึกได้กล่าวว่าสร้างขึ้นเมื่อครั้งปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าลิไท

  • IMG_8081
  • IMG_8077
  • IMG_8071

ประวัติ

วัดมหาธาตุเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยตอนต้นศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง พุทธศักราช 1835 (หลักที่ 1 ด้านที่ 2 บรรทัดที่ 23-26) ได้กล่าวไว้ว่า “กลางเมืองสุโขทัยนี้ มีพิหาร มีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฏฐารศ มีพระพุทธรูป มีพระพุทธรูปอันใหญ่ พระพุทธรูปอันราม” ที่วัดมหาธาตุ กลางเมืองสุโขทัยนี้จะพบว่ามีพระเจดีย์มหาธาตุเป็นเจดีย์ประธานของวัด และยังมีปรางค์เจดีย์อื่นๆ อีกมากมาย

ภายในวิหารหลวง ทางด้านทิศตะวันออกของเจดีย์ เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดแบบสุโขทัย หน้าตักกว้าง 6.25 เมตร

พระมหาธรรมราชาลิไทโปรดฯให้หล่อขึ้นและทำการฉลองในปี พ.ศ. 1904 มีความบางตอนจากศิลาจารึกกล่าวถึงพระพุทธรูปองค์นี้ด้วยเช่นกัน จากศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง ภาษาไทย หลักที่ 1 พุทธศักราช 1940 (หลักที่ 5 ด้านที่ 3 บรรทัดที่ 8-13) กล่าวไว้ว่า “เมื่อแล้วออกพรรษา

จึงกระทำมหาทานฉลองพระสัมฤทธิ์อันหล…ตนพระพุทธเจ้าเราอันประดิษฐานกลางเมืองสุโขทัย ซึ่งลวงตะวันออกพระศรีรัตนมหาธาตุนั้น

ฉลองดับธรรมทุกวัน ถ้วนร้อยวัน”

ยังมีข้อความบางตอนบันทึกไว้ในจารึกกรุงสุโขทัยกล่าวถึงเชิงประวัติโบราณสถานแห่งนี้อีก จากศิลาจารึกวัดศรีชุม ประมาณพุทธศักราช 1884-1910 (หลักที่ 2 ด้าน 2 บรรทัดที่ 21-35) ความว่า

“พระศรีราชาจุฬามุนีเป็นเจ้าพยายามให้แผ้วแล้วจึงก่ออิฐขึ้นเจ็ดวา สทายปูนแล้วบริบวรณพระธาตุหลวงก่อใหม่เก่าด้วยสูงได้ร้อยสองวาขอมเรียกพระธมนั้นแล๐ สถิตครึ่งกลางนครพระกฤษณ์๐ เมื่อจักสทายปูนในกลางป่านั้นหาปูนยากหนักหนา หาปูนมิได้ พระศรีราชจุฬามุนีเป็นเจ้า จึงอธิฐานว่าดังนี้…กูแลยังจักได้ตรัสแก่สรรเพญุเดญาณเป็นพระพุทธจริงว่าไซร์ จงให้พบปูน ครั้นกูอธิฐานบัดแมงแห่งหั้นดายกลายพบโป่งปูน อนึ่งทายาดหนักหนา เอามาสทายพระธาตุ ก่อใหม่เก่าแล้วเอามาต่อพระพุทธรูปหินอันหักอันพังบริบวรณแล้ว ปูนก็ยังเหลือเลย๐ พระมหาธาตุหลวงนั้นกระทำปาฏิหารอัศจรรย์หนักหนา และพระธาตุอันใหญ่ล้อมหลายแก่กม๐ ก่อทั้งมหาพิหารใหญ่ด้วยอิฐอันเสร็จบริบวรณแล้ว จึงไปสีบค้นหาเอาพระพุทธรูปหินเก่าแก่แต่บูราด้วยไกล ชั่วสองสามคืน เอามาประดิษฐานไว้ในมหาพิหารลางแห่งได้คอได้ตน ลางแห่งได้ผมได้แขนได้อก ลางแห่งได้หัวตกไกล แลสี่คนหาม เอามาจึงได้๐ ลางแห่งได้แข้งได้ขา ลางแห่งได้มือได้ตีนย่อมพระหินอันใหญ่ ชักมาด้วยล้อด้วยเกวียน เข็นเข้าในมหาพิหารเอามาต่อติดประกิตด้วยปูนมีรูปโฉมพรรณอันงามพิจิตรดังอินนิรมิตเอามาประกิตชนเป็นตนพระพุทธรูป อันใหญ่ อันถ่าว อันราม งามหนักหนา เอามาไว้เต็มในมหาพิหารเรียงหลายถ่อง ช่องงามหนักหนาแก่กม…”

วัดมหาธาตุเป็นวัดที่สำคัญและเป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองสุโขทัย ดังนั้นจึงเป็นจุดศูนย์รวมทั้งงานด้านศิลปกรรมและสถาปัตยากรรมในสมัยสุโขทัยที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ในบริเวณวัดมหาธาตุนี้ ได้พบจารึกจำนวน 3 หลักด้วยกัน จารึกหลักแรกคือ ศิลาจารึกปู่ขุนจิดขุนจอด พุทธศักราช 1935 อักษรไทยสุโขทัย ภาษาไทย พบบริเวณริมเสาเบี้องขวาหน้าวิหารหลวง ด้านหลังวิหารสูง วัดมหาธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย หลักที่สองคือ ศิลาจารึกเจดีย์น้อย พุทธศตวรรษที่ 20-21 อักษรไทยสุโขทัย-ขอมสุโขทัย ภาษาไทย-สันสกฤต พบที่เจดีย์น้อย ด้นหน้าเจดีย์ 5 ยอด วัดมหาธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย และหลักที่สามคือ จารึกลานทองสมเด็จพระมหาเถรจุฑามุนี พุทธศักราช 1919 อักษรไทยสุโขทัย-ธรรมล้านนาภาษาไทย-บาลี พบบริเวณฐานพระประธานในพระอุโบสถ วัดมหาธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

รูปแบบสถาปัตยากรรม

วัดมหาธาตุ สุโขทัย มีพื้นทีบริเวณวัดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีขนาดกว้างประมาณด้านละ 200 เมตร ล้อมรอบด้วยกำแพงก่ออิฐ และทั้งหมดล้อมรอบด้วยคูน้ำอีกชั้นหนึ่ง วัดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก แนวแกนประธานของวัดแบบแนวแกนเดี่ยว คือ แนวแกนทิศตะวันออก-ตะวันตก

มีเจดีย์ประธานของวัดเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรืออาจเรียกว่าเจดีย์ทรงดอกบัวตูม ตั้งอยู่ศูนย์กลางของแผนผังวัดและเป็นหลักประธานของแนวแกน เจดีย์ประธานฐานก่อด้วยศิลาแลงเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนชั้นลดหลั่นกันขึ้นไป 3 ชั้น ฐานชั้นล่างกว้างยาวด้านละประมาณ 27 เมตรประดับด้วยลวดลายปูนปั้นรูปพระสาวกพนมมือเดินเวียนขวา บนฐานอันเดียวกันโดยรอบมีปรางค์ 4 ทิศองค์ตั้งอยู่ทางด้านหน้าของเจดีย์ประธานทั้ง 4 ทิศ บริเวณเรือนธาตุทำซุ้มคูหาทั้ง 4 ด้าน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ปางยืน หรือเดิน ซุ้มคูหาปั้นปูนลวดลายมังกรคาบและบริเวณมุมทั้ง 4 มุมรอบเจดีย์ประธานมีเจดีย์ทรงปราสาทแบบศรีวิชัยผสมลังกา 4 องค์ตั้งอยู่เป็นบริวารของเจดีย์ประธาน ยอดก่ออิฐเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ด้านหน้าเจดีย์ประธานหรือทางด้านทิศตะวันออกของเจดีย์ประธานในแนวแกนเดียวกันเป็นที่ตั้งของวิหารพระศรีสากยมุณีเป็นวิหารขนาดใหญ่ขนาดยาว 11 ห้อง ฐานก่อด้วยอิฐ เสาศิลาแลงกลม ด้านหน้าวิหารสากยมุณีมีวิหารอีกหนึ่งหลัง ฐานก่ออิญยกพื้นสูง เป็นอาคารที่สร้างขึ้นโดยราชสำนักกรุงศรีอยุธยา

หลังชุดเจดีย์ประธานเป็นมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปยืน หรือพระอัฎฐารศ ขนาบเจดีย์ประธานทั้งทางด้านทิศเหนือและทิศใต้

พระอุโบสถของวัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของชุดเจดีย์ประธาน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 14 เมตร ยาวประมาณ 25 เมตร ก่อด้วยอิฐเสาศิลาแลงฉาบปูน

จากการขุดแต่งโบราณสถานโดยกรมศิลปากร วัดนี้พบโบราณวัตถุที่สำคัญประกอบด้วย ศิลาจารึก พระพุทธรูปสำริด พระพิมพ์ดินเผา แก้วผนึก และเครื่องสังคโลก

  • IMG_8040
  • IMG_8042
  • IMG_8039
  • IMG_8046
  • IMG_8048
  • IMG_8051
  • IMG_8059
  • IMG_8057
  • IMG_8056
  • IMG_8055
  • IMG_8036
  • IMG_8044

คลิกที่รูปภาพ เพื่อดูภาพ 360 องศา


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page